unseen 2 cultural style

posted on 15 Jan 2009 16:44 by mew-happy in unseen
   
    
      
  พระนั่งดิน  อ.เชียงคำ  จ.พะเยา
 
 

        ณ อุโบสถของวัดเล็กๆ ในอำเภอเชียงคำ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์

องค์หนึ่งประดิษฐานอยู่ พุทธลักษณะแม้ไม่งดงามนัก ด้วยอาจเป็นฝีมือ

ช่างพื้นบ้านอันสร้างมาเก่าแก่โบราณจนสืบค้นประวัติมิได้ ทว่าความ

ประหลาดคือ เป็นพระพุทธรูปที่มิยอมขึ้นประดิษฐานบนฐานชุกชี

มิว่าชาวบ้านทุกยุคทุกสมัยจะใช้หนทางใดก็ตาม เหตุอัศจรรย์นี้เอง

ผู้คนจึงเรียกกันว่า 'พระนั่งดิน'    วัดพระนั่งดิน อยู่ที่บ้านพระนั่งดิน

หมู่ที่ 7 ตำบลเวียง อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา เป็นวัดที่มีความสำคัญ

 เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวเชียงคำและพื้นที่ใกล้เคียง และถือเป็นวัด

คู่บ้านคู่เมืองอำเภอเชียงคำมาช้านาน ภายในอุโบสถมีการตกแต่ง

ประดับประดาด้วยตุง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ ศิลปะของชาวเหนือ และเป็นที่

ประดิษฐานองค์พระประธาน ซึ่งมีความแปลกแตกต่างจากพระพุทธรูป

โดยทั่วไป ด้วยไม่มีฐานชุกชีรองรับ พระพุทธรูปจึงนั่งอยู่บนพื้น ชาวบ้าน

เคยสร้างฐานชุกชีและอัญเชิญองค์พระพุทธรูปขึ้นประดิษฐาน แต่ปรากฏ

ว่ายกไม่ขึ้น จนถึงปัจจุบันนี้ จึง เรียกขานนามสืบต่อกันมาว่า พระนั่งดิน

หรือพระเจ้านั่งดิน ผู้เฒ่าผู้แก่ได้เล่าขานสืบกันมาว่า ชาวบ้านเคยสร้าง

ฐานชุกชีและได้อันเชิญพระเจ้านั่งดินขึ้นประดิษฐาน แต่เกิดเหตุอัศจรรย์

 ฟ้าผ่าลงมาที่กลางพระวิหารถึง 3 ครั้ง ชาวบ้านจึงได้อาราธนาพระเจ้า-

นั่งดินมาประดิษฐานบนพื้นดินดังเดิม

 

 

 

 

 

  

 

พระอจนะ วัดศรีชุม  อ.เมือง จ.สุโขทัย
 
 

         พระพักตร์ของพระพุทธรูปปางมารวิชัยดูเอิบอิ่มเต็มตาตามคติ

ช่างสุโขทัย ความยิ่งใหญ่ขององค์พระอจนะนั้น ยิ่งดูศักดิ์สิทธิ์เร้นลับ

เมื่อเดินผ่านช่องและบันไดแคบๆไปยังผนังด้านข้างองค์พระ ที่ช่อง

เล็กๆนั้นเมื่อเสียงใดถูกเปล่งออกมาจะก้องสะท้อนทั่วอุโบสถ ผนวก

กับความอลังการขององค์พระประธาน คงเป็นอีกความอัศจรรย์หนึ่ง

ซึ่งสืบเนื่องถึงที่มาของความเชื่อที่ว่า พระอจนะพูดได้

      พระอจนะ องค์พระประธาน วัดศรีชุม เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น

ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 11 เมตร 30 เซนติเมตร ประดิษฐานอยู่

ในวิหารของวัด วิหารนี้มีลักษณะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมคล้ายมณฑป

ไม่มีหน้าต่าง หลังคารูปโค้งคล้ายโดมมุงด้วยกระเบื้องดินเผา แต่ได้

พังทลายลงแล้วทั้งหมด เหลือเพียงฝาผนังก่ออิฐถือปูนทั้งสี่ด้าน

ฝาผนังด้านใต้มีช่องให้เข้าออกได้ ด้านซ้ายมือมีช่องคูหาเล็กๆ

ที่เดินเข้าไปได้ ทางเดินจะเป็นบันไดขึ้นไปได้ถึงฝาผนังด้านข้าง

องค์พระอจนะและถึงสันของฝาผนัง ซึ่งปัจจุบัน เนื่องจากไม่มีหลังคา

จึงสามารถขึ้นไปชมทิวทัศน์เมืองสุโขทัยโบราณนี้ได้ ในบริเวณ

ทางเดินนี้ ปรากฎความงดงามทางศิลปะ คือ ฝาผนังทางเดินเป็น

ภาพจิตรกรรมเก่าแก่ อายุเกือบ 700 ปี แต่เลือนหายไปจนเกือบ

จะมองไม่เห็น ส่วนบนเพดานพบแผ่นหินชนวนขนาดใหญ่ที่แกะสลัก

ลวดลายเป็นเรื่องพุทธชาดก ซึ่งมีคำบรรยายด้วยอักษรไทยโบราณ

สมัยสุโขทัย รวมทั้งสิ้นจำนวน 50 ภาพ ได้สันนิษฐานกันว่าทางเดินนี้

สร้างขึ้นจากกุศโลบายพระมหากษัตริย์ในสมัยพระร่วง ที่ใช้ความเชื่อ

ความศรัทธาในศาสนาของชาวบ้านและทหารในสร้างขวัญและกำลังใจ

และสร้างความหึกเหิมให้เหล่าทหาร ด้วยการพูดออกมาจากช่องเล็กๆ

ที่อยู่ด้านข้างองค์อจนะ ให้คล้ายกับว่าเสียงที่พูดนั้นเปล่งออกมาจากพระอจนะ

 

 

   
       
   วัดบางกุ้ง  อ.บางคนที  จ.สมุทรสงคราม
 
 

         วัดบางกุ้ง ตั้งอยู่บนถนนราชบุรี-วัดโบสถ์ หมู่ที่ 4 ตำบลบางกุ้ง

อำเภอบางคนที ซึ่งเป็นบริเวณค่ายบางกุ้ง เดิมเคยเป็นค่ายทหารเรือ

 สมัยพระเจ้าเอกทัศน์แห่งกรุงศรีอยุธยา เป็นแหล่งประวัติศาสตร์

ที่มีเรื่องราวของวีรกรรมชาวแม่กลอง ในช่วงปลายสมัยอยุธยาและ

ตอนต้นกรุงธนบุรี ทหารไทย-จีน โดยการนำของสมเด็จพระเจ้า

ตากสินมหาราชและพระมหามนตรี (บุญมา) พระอนุชาของพระบาท

สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์)

สู้รบขับไล่กองทัพพม่าจนแตกพ่ายไป ในบริเวณ มีกำแพงจำลองของ

ค่าย อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สระน้ำโบราณอายุ

ประมาณ 400 ปี และพบสิ่งมหัศจรรย์หนึ่งอย่าง ได้แก่ โบสถ์ปรกโพธิ์

เป็นอารามเก่าแก่ คาดว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ราวปี พ.ศ.2250

-2300 ซึ่งมีต้นไม้ 4 ชนิด คือ ต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นไกร และต้นกร่าง

 ค้ำยันแผ่กิ่งก้านคลุมโบสถ์ไว้จนไม่เห็นรูปทรง ภายในโบสถ์เป็นที่

ประดิษฐานหลวงพ่อนิลมณี (หลวงพ่อดำ) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่

 

 

 
  
  พระ-เณร ขี่ม้าบิณฑบาต อ.แม่จัน จ.เชียงราย
 
 

           สำนักปฏิบัติธรรมถ้ำป่าอาชาทอง เป็นถิ่นกันดารอยู่ห่างไกล

ชาวบ้านนิยมใช้ม้าแกลบในการบรรทุกต่างสัมภาระสิ่งของต่างๆ

เจ้าอาวาสของสำนักซึ่งเคยเป็นทหารม้าเก่า จึงให้พระและเณรของ

สำนักนี้ใช้ม้าเป็นพาหนะในการออกบิณฑบาตไปยังหมู่บ้านสี่หมื่นไร่

ซึ่งมีระยะทางร่วม 5 กิโลเมตร ในวัดมีสวนธรรมซึ่งมีรูปปั้นแม่ไม้

มวยไทยท่าทางต่างๆ ไว้เพื่อการศึกษา บนยอดเขาเป็นที่ประดิษฐาน

พระธาตุอินยอง     สำนักปฏิบัติธรรมสงฆ์ถ้ำป่าอาชาทอง ต.ศรีค้ำ

อ.แม่จัน จ.เชียงราย มีครูบาเหนือชัย โฆษิโต หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า

ครูบาเสือโคร่ง เป็นผู้ดูแล เป็นสำนักปฏิบัติธรรมสงฆ์แห่งแรกที่สร้าง

โอกาสให้ชาวไทยภูเขาบนดอยสูง ห่างไกลตัวเมือง ได้เข้าถึงพระธรรม

คำสอนขององค์พระพุทธเจ้า ลูกหลานชาวเขาจะเข้ารับการบวชเณร

เพื่อศึกษาพระธรรมและเรียนหนังสือไทยควบคู่กันไป แต่เนื่องจาก

สภาพพื้นที่รอบถ้ำป่าอาชาทองอยู่ติดแม่น้ำคำและอยู่ใกล้แนวชายแดน

ไทย-พม่า แวดล้อมด้วยภูเขาสูง การเดินทางด้วยรถยนต์จะทำได้

ไม่สะดวก ดังนั้น ม้าจึงกลายเป็นพาหนะที่ถูกเลือกในการเดินทาง

พระและสามเณรจะได้รับการฝึกการขี่และเลี้ยงม้า ซึ่งปัจจุบันมีม้า

สายพันธุ์ต่างๆ กว่า 70 ตัว

 

 

      
  ประเพณีแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง  อ.หลังสวน  จ.ชุมพร
 
 

          งานแห่พระแข่งเรือของจังหวัดชุมพร ถือว่าเป็นประเพณีที่สืบทอด

กันมาช้านาน จัดการแข่งขันกันโดยทั่วไป แต่ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจาก

ที่อื่นๆ คือ การแข่งขันเรือที่อำเภอหลังสวน ซึ่งไม่ถือเอาเส้นชัยเป็นเกณฑ์

การตัดสิน แต่ตัดสินกันที่ธง นายหัวเรือลำใดสามารถคว้าธงที่ทุ่นเส้นชัย

ได้ก่อน ลำนั้นจะเป็นฝ่ายชนะ ดังนั้น นอกจากจะต้องอาศัยความพร้อมเพรียง

ของฝีพายแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความสามารถของนายท้ายเรือและนายหัวเรือ

อีกด้วย นายท้ายเรือต้องถือท้ายเรือให้ตรง เพื่อให้นายหัวเรือขึ้นโขนเรือ

ไปชิงธงที่ทุ่นเส้นชัยได้ นายหัวเรือจะต้องกะจังหวะขึ้นโขน ขึ้นไปให้สุด

ปลายโขน เพื่อความได้เปรียบในการจับธง และคว้าธงให้มั่น ไม่ตกน้ำ

แต่ถ้าในกรณีที่นายหัวเรือคว้าธงได้พร้อม ๆ กัน และได้ธงไปลำละท่อน

จะถือว่าเสมอกัน    งานประเพณีแห่พระแข่งเรือ อำเภอหลังสวน เป็น

ประเพณีเก่าแก่ของอำเภอหลังสวน ซึ่งมีมากว่า100ปี จัดขึ้นในวันแรม

1 ค่ำ เดือน 11 (ประมาณเดือนตุลาคม) ของทุกปี ถือกันว่าเป็นวันที่

พระพุทธเจ้าได้เสด็จกลับมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ลงมาสู่เมืองสังกัสสะ

ในชมพูทวีป   พุทธศาสนิกชนจึงเดินทางไปรับเสด็จเป็นจำนวนมาก

ซึ่งการเดินทางที่สะดวกในสมัยนั้นคือทางน้ำ จึงมีโอกาสพบปะสังสรรค์

ซึ่งกันและกัน พระเสด็จ ในอดีตชาวบ้านจะพายเรือลากพระจากวัด

ต่างๆ ตามลำน้ำหลังสวน มารวมกันสมโภชที่วัดด่านประชากร จัดให้

มีการตักบาตร ทำบุญทอดกฐิน จากนั้นก็จะมีการแข่งเรือ ซึ่งมีเรือพาย

เข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมาก ฝีพายแต่งกาย ด้วยเสื้อผ้าแพรวพรรณ

หลากสีสวยงาม ร้องเพลงเรือเป็นที่สนุกสนาน ส่วนเรือแข่งขันกัน

จับคู่แข่งกัน ผู้ชนะก็ได้ผ้าสีไปคล้องหัวเรือเป็นรางวัล ลำไหนได้ผ้าสี

มากก็เป็นลำที่ชนะ เมื่อเลิกพายแล้วก็จะนำผ้าแถบเหล่านั้นไปเย็บติด

เป็นผ้าม่านถวายวัดต่อไป  ปัจจุบันการแข่งเรือดังกล่าว มีระยะเวลา

การจัดงานประมาณ 5 วัน บริเวณท่าน้ำหน้าสำนักงานเทศบาลตำบล

หลังสวน มีผู้สนใจเข้าร่วมแข่งขันกันมากมาย ทั้งที่มาจากจังหวัด

ใกล้เคียง และที่ห่างไกลออกไป เป็นประเพณีที่ชาวชุมพรภาคภูมิใจ

ร่วมแรงร่วมใจให้ประเพณีนี้คงอยู่สืบไป

 

 

  วัดพระนอนวังมัจฉา  อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี 
      

          พระนอนหงาย  พระพุทธรูปปางหนึ่งของตำนานการสร้าง

พระพุทธรูปเป็นเครื่องรำลึกถึงและเคารพบูชาถึงองค์พระสัมมา

สัมพุทธเจ้า คราวเสด็จปรินิพพาน ทุกถิ่นจะมีตำนานพระนอนทุกรูป

ตะแคงขวา เรียกว่าสีหไสยาสน์ ใครจะเชื่อว่าที่สุพรรณบุรีจังหวัดนี้

มีพระนอนหงายให้อัศจรรย์กว่าที่ใด  

         ที่วัดพระนอนวังมัจฉา มีพระพุทธรูปในลักษณะนอนหงาย

สร้างเท่าคนโบราณ มีลักษณะเหมือนกับพระนอนที่เมืองกุสินารา

ประเทศอินเดีย สถานที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า สระศักดิ์สิทธิ์

หนึ่งในหกสระที่ใช้ในพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา นอกจากนี้

ในวัดยังมีวังมัจฉาริมแม่น้ำสุพรรณบุรี   เหมาะสำหรับการให้

อาหารปลาและพักผ่อนหย่อนใจ

    

 

   

 

   เงาพระธาตุหัวกลับ วัดพระธาตุลำปางหลวง

               

                อ.เมือง  จ.ลำปาง

 

             

           วัดพระธาตุลำปางหลวง ตั้งอยู่ในเขตำบลลำปางหลวง อำเภอเกาะคา

อยู่ห่างจากตัวเมืองลำปางไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ ๑๘ กิโลเมตร

 ตัววัดตั้งอยู่บนเนินสูง มีการจัดวางผังและส่วนประกอบของวัดที่สมบูรณ์แบบ

ที่สุด มีสิ่งก่อสร้าง และสถาปัตยกรรมต่าง ๆ บริเวณพุทธาวาสประกอบด้วย

 องค์พระธาตุลำปางหลวง เป็นประธาน มีบันไดนาคนำขึ้นไปสู่ซุ้มประตูโขง

 ถัดซุ้มประตูโขงขึ้นไปเป็น วิหารหลวง บริเวณทิศเหนือขององค์พระธาตุ

มีวิหารบริวารตั้งอยู่คือ วิหารน้ำแต้ม และ วิหารต้นแก้ว ด้านตะวันตกขององค์

พระธาตุประกอบด้วยวิหารละโว้ และหอพระพุทธบาท ด้านใต้มีวิหารพระพุทธ

และ อุโบสถ ทั้งหมดนี้จะแวดล้อมด้วยแนวกำแพงแก้วทั้งสี่ด้าน นอกกำแพง

แก้วด้านใต้มีประตูที่จะนำไปสู่เขตสังฆาวาส ซึ่งประกอบด้วยอาคารหอพระ-

ไตรปิฎก กุฏิประดิษฐาน พระแก้วดอนเต้า อาคารพิพิธภัณฑ์และกุฏิสงฆ์

           ภายในวัดมีสิ่งน่าสนใจสิ่งหนึ่ง นั่นก็คือ ภาพพระธาตุหัวกลับ หรือที่

บางคนก็เรียกว่า เงาพระธาตุ ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง มีให้ชมในมณฑป

พระพุทธบาท ด้านหลังองค์พระธาตุลำปางหลวง  และรวมทั้งในวิหารพระพุทธ

ซึ่งตั้งอยู่ข้างๆ องค์พระธาตุลำปางหลวง   เวลาเข้าชมต้องปิดประตูอาคารให้

ภายในมืดสนิด แสงจากองค์พระธาตุลำปางหลวงซึ่งอยู่ภายนอกอาคารจะลอด

ผ่านรูเล็กๆ บนผนังอาคารเข้ามา โดยทางวัดนำผืนผ้าสีขาวมาวางรับภาพไว้

ทำให้เห็นภาพพระธาตุมีสีสันอย่างชัดเจน ใครได้เห็นก็ต้องทึ่ง จนมีการ

นำมาเป็นหนึ่งใน Unseen in Thailand  พร้อมประชาสัมพันธ์ว่า

เป็น "ภาพปริศนาที่คงอยู่คู่เมืองลำปางมาเนิ่นนานแต่ครั้งบรรพกาล..."

 

Comment

Comment:

Tweet

http://www.anymine.com/rolex.html watches rolex

#11 By replica rolex (125.121.16.239) on 2010-08-17 13:25

http://www.someboots.com/ ugg shoes

#10 By replica rolex (125.118.193.173) on 2010-08-16 22:57

http://www.bagsabc.com/louis-vuitton.html louis vuitton

#9 By replica rolex (125.121.215.204) on 2010-08-15 12:44

http://www.perboots.com/ ugg for sale

#8 By dkny watches (125.121.215.204) on 2010-08-14 14:45

http://www.watchever.com/ watches for women

#7 By cartier watches (125.121.215.204) on 2010-08-13 14:43

http://www.watchvisa.net/rolex-watches.html mens rolex watch

#6 By swiss watches (125.121.208.152) on 2010-08-07 04:00

http://www.overwatches.org replicas

#5 By guess watches (125.121.208.152) on 2010-08-04 18:43

http://www.watchever.com/

#4 By breitling watches (115.195.185.101) on 2010-07-27 22:28

http://www.watchvisa.com/replica watches

#3 By tag heuer watches (125.118.238.85) on 2010-07-10 18:43

No. ไม่มีคับ
น่าจะลิงค์ไปหน้าที่แนะนำสถานที่ 2 แห่งนี้ที่เป็นภาษาอังกฤษด้วย
Are there English sites?

#1 By Athisri on 2009-02-01 07:34