unseen 1 natural style

posted on 15 Jan 2009 15:34 by mew-happy in unseen
 
 

  

 

                 
               คลองสองน้ำ   อ.เมือง  จ.กระบี่
 
 

           คลองสองน้ำเป็นลำธารสายสั้นๆ ประมาณ 5 กิโลเมตร กำเนิด

จากแอ่งน้ำผุดบนเขาช่องพระแก้ว ไหลผ่านสระมรกตก่อนไปบรรจบกับ

ทะเล ทำให้พื้นที่แอ่งน้ำท่าปอมเป็นป่าพรุ ที่มีลักษณะพิเศษคือ มีน้ำเค็ม

และน้ำจืดไหลมาบรรจบกัน มีพื้นที่ราว 300 ไร่ คลองสองน้ำนี้มีความใส

ราวกระจก มองดูเป็นสีเขียวมรกต  เนื่องจากมีสารละลายหินปูนหรือ

แคลเซียมคาร์บอร์เนตและกำมะถันปนอยู่มาก  เป็นพื้นที่ซึ่งมีความ

หลากหลายทางชีวภาพสูง ทั้งระบบนิเวศแบบป่าพรุน้ำจืด แบบพื้นที่

ชุ่มน้ำแบบป่าดิบ และแบบป่าชายเลน จึงเป็นที่อยู่อาศัยของทั้งปลา

น้ำจืดและน้ำกร่อย    ป่าท่าปอม คลองสองน้ำ ตั้งอยู่ที่ ต.เขาคราม

อ.เมืองจ.กระบี่ เป็นป่าชายเลน ที่มีน้ำเค็มท่วมถึง ผสมกับป่าพรุที่

มีธารน้ำจืด เป็นธารน้ำพุที่ผุดจากใต้ดิน ไหลหมุนเวียนผลัดเปลี่ยน

ตามเวลาน้ำขึ้นน้ำลง คลองท่าปอม จึงเป็นคลองสองน้ำ คือ น้ำจืด

และน้ำเค็ม แต่เดิมชาวบ้านถือเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ค่อยมีใคร

เข้าไปในพื้นที่ป่า จนมีชาวบ้านที่เก่งกล้าและมีอาคมเข้าไปบุกเบิก

พื้นที่และทำไร่ทำสวน จากนั้นมีชาวบ้านเข้ามาอยู่อาศัยกันมากขึ้น

แต่ด้วยความเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ จึงได้ช่วยกันดูแลปกปักรักษาป่า

ไว้ อบต. เขาครามโดยการสนับสนุนงบประมาณจากการท่องเที่ยว

แห่งประเทศไทย ได้จัดทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเป็นสะพานไม้

ยกระดับ2เมตรจากพื้นดิน ทำเป็นวงรอบพื้นที่ป่าระยะทาง700เมตร

และจัดเจ้าหน้าที่ดูแล รากไม้คดเคี้ยว แตกแขนงแผ่กว้าง และปลา

น้ำจืดปลาน้ำเค็ม ที่สลับกันมาว่ายเวียนหาอาหาร เป็นที่งดงามและ

หาดูได้ยาก หากเดินทวนกระแสน้ำท่าปอมขึ้นไป จนถึงเขตหวงห้าม

จะพบสระน้ำสีไพลินกลางป่าเขียว เรียกว่าแอ่งท่าปอม หากเดินต่อไป

อีก 500 เมตร จะพบแอ่งน้ำลักษณะเดียวกัน เรียกว่า สระน้ำช่อง-

พระแก้ว สามารถเที่ยวชมคลองสองน้ำได้ตลอดทั้งปี   ควรเที่ยวชม

ในเวลาที่น้ำลงน้ำจะสวยใสมาก

 

 

 

  
    ถ้ำแก้วโกมล อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน
 
 

          ความสวยงามของถ้ำแก้วโกมล หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า

ถ้ำน้ำแข็ง ถูกค้นพบโดยบังเอิญ ในปี พ.ศ. 2536 ขณะที่วิศวกร

สำรวจเหมืองแร่ของสำนักงานทรัพยากรธรณีแม่ฮ่องสอน ขุดเจาะ

อุโมงค์เข้าไปตามสายแร่ ลักษณะถ้ำมีผนังแวววาว ถูกเคลือบฉาบ

ด้วยผลึกแร่แคลไซด์สีขาวใสรูปทรงต่างๆ มองดูเหมือนเกล็ดน้ำแข็ง

เกาะคลุมไปทั่ว ลักษณะถ้ำเช่นนี้พบเห็นได้เพียง 3 แห่งในโลกคือ

ประเทศออสเตรเลีย ประเทศจีน และประเทศไทยเป็นหนึ่งในนั้น

  วนอุทยานแก้วโกมล อยู่ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ยวมฝั่งซ้าย

จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีเนื้อที่ประมาณ 51 ไร่ ในวนอุทยานจะพบถ้ำ

ผลึกแคลไซต์บนไหล่เขาที่ความสูง 500 เมตร จากระดับน้ำทะเล

 ปากถ้ำเป็นปากอุโมงค์เหมืองเดิม มีการตรวจพบน้ำพุร้อนในลำห้วย

แม่ฮุ ห่างจากปากถ้ำประมาณ 800 เมตร แต่ถูกน้ำท่วมหลังการ

สร้างฝาย ลักษณะพื้นที่ป่าเป็นป่าเบญจพรรณและป่าสนเขา ซึ่งไม่พบ

ว่ามีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ 
 

 

 

 

 
          
            ถ้ำพุงช้าง  อ.เมือง  จ.พังงา
 
 

          ภายในภูเขาช้าง สัญลักษณ์ของเมืองพังงาซึ่งรูปลักษณ์คล้าย

ช้างหมอบนี้ มีถ้ำพุงช้าง ซึ่งอยู่ภายในบริเวณวัดประจิมเขต    หลัง

ศาลากลางจังหวัด ถนนเพชรเกษม เป็นถ้ำใหญ่ที่อยู่ใจกลางเขาช้าง

ซึ่งเรียกบริเวณนี้ว่า "พุงช้าง" ประกอบด้วยถ้ำเล็กถ้ำใหญ่มากมาย

และเป็นถ้ำที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระ-

นางเจ้ารำไพพรรณี เคยเสด็จฯมาเยือน และได้ทรงลงพระปรมาภิไธย

ไว้ทางด้านหน้าของถ้ำ ภายในถ้ำมีความงดงามและความมหัศจรรย์

องธรรมชาติของหินงอกหินย้อยที่มีสภาพที่สมบูรณ์ มีสายน้ำไหลผ่าน

กลางถ้ำแสดงให้เห็นถึงการไหลเวียนและการถ่ายเทของอากาศตลอด

เวลา มีทั้งช่วงน้ำลึกและช่วงน้ำตื้น การเที่ยวถ้ำพุงช้าง ถือได้ว่าเป็น

การท่องเที่ยวเชิงผจญภัย เพราะนักท่องเที่ยวจะต้องเดินลุยน้ำ นั่งแพ

และนั่งเรือแคนนู เพื่อเข้าไปชมหินงอกหินย้อยที่เป็นฝีมือธรรมชาติ

หยดน้ำที่หยดจากติ่งปลายของหินงอกหินย้อย เมื่อกระทบกับแสง

ฟฉายของเรา ก็เกิดประกายเหมือนประกายเพชร หินงอกหินย้อย

มีลักษณะของรูปคนตกปลา รูปแป๊ะยิ้ม รูปปลา โดยเฉพาะช้างหลาก

รูปแบบที่แปลกตาไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นหินงอก

หินย้อยรูปช้างร้อย ๆ เชือกเดินตามกันเป็นวงรอบ หินงอกรูปช้าง

นั่งอยู่ใต้ฉัตรภายในถ้ำ บันไดสีทองเกิดจากหินงอกอันวิจิตรยิ่ง

เมื่อถูกแสงไฟจะเป็นประกายสวยงามมาก การเดินเที่ยวถ้ำพุงช้าง

ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมง การแต่งกายควรสวมขาสั้น

รองเท้าแตะที่เป็นยาง นอกจากนี้แล้ว ถ้าพุงช้างเป็นแหล่งที่สอง

ของประเทศไทย ที่มีการค้นพบค้างคาวคุณกิตติ ซึ่งเป็นค้างคาว

ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก

 

 

 

        กุ้งเดินขบวน  น้ำตกแก่งลำดวน 

              อ.น้ำยืน    จ.อุบลราชธานี

       

           ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงกลางเดือนกันยายน  ณ ผืนป่าอัน

สมบูรณ์ปลายล่างสุดของภาคอีสานในเขตอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี   

ซึ่งอยู่ใกล้รอยต่อเขตแดน 3 ประเทศ คือ ไทย ลาวและกัมพูชาหรือที่รู้จักกันดี

ในนาม สามเหลี่ยมมรกต    จะปรากฏเหตุการณ์ที่แสนมหัศจรรย์เมื่อบรรดา

กุ้งน้ำจืดนับล้านๆตัวต่างพากันพร้อมใจเดินพาเหรดผ่าน ลานหินเลียบแก่งน้ำ

มุ่งหน้าสู่ยอดเขาสูงแห่งสามเหลี่ยมมรกต

 

กุ้งอะไรที่มาเดินขบวน

โดยปกติแล้วกุ้งจะมีทั้งชนิดน้ำจืดและน้ำเค็ม อาศัยตามพื้นที่ต่างๆแตกต่างกันไป  แต่กุ้ง

ที่มาเดินขบวนที่น้ำตกแก่งลำดวนบริเวณลานพันรูนั้น เป็นกุ้งฝอย  ชื่อสามัญ คือ

LANCHESTER , S FRESHWATER  PRAWN  จัดว่าเป็นกุ้งขนาดเล็ก 

มักอยู่รวมกันเป็นฝูง อาศัยตามผิวน้ำริมตลิ่ง  แหล่งน้ำต่างๆชอบกินจุลินทรีย์และสัตว์น้ำ

ขนาดเล็กเป็นอาหารมีความยาวประมาณ 2   7  ซม.  เป็นที่นิยมของนักบริโภคทั้งหลาย

กุ้งจะเดินขบวนช่วงเดือนใด?

     

       กุ้งเหล่านี้จะขึ้นมาเดินขบวนอวดโฉมสรีระเป็นหมื่นๆแสนๆตัวต่อคืนใน

ช่วงกลางเดือนสิงหาคมจนถึงเดือนกันยายนของทุกๆปี คืนไหนจะขึ้นมาเดิน

มากหรือเดินน้อยก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางธรรมชาติ ฤดูกาล ปริมาณน้ำฝนที่ตก

ลงมาบนพื้นที่รับน้ำหรือลุ่มน้ำลำโดมใหญ่ ซึ่งมีต้นน้ำอยู่บนเทือกเขาพนมดงรัก

ถ้าฝนตกหนักติดต่อกันหลายๆวัน  ป่าไม้ต้นน้ำก็จะปล่อยน้ำลงมามาก ระดับน้ำ

สูงกระแสน้ำเชี่ยวกุ้งก็จะขึ้นมาเดินขบวน

กุ้งมาเดินขบวนที่ไหน

    สถานที่ที่ท่านสามารถไปชมกุ้งเดินขบวนได้ก็คือ  บริเวณน้ำตกแก่งลำดวน  ซึ่งตั้งอยู่ที่ 

บ้านแข้ด่อนตำบลโดมประดิษฐ์   อำเภอน้ำยืน  จังหวัดอุบลราชธานี   ห่างจากตัวจังหวัด

ตามเส้นทาง อุบล-เดชอุดม-น้ำยืน-แก่งลำดวน  ระยะทางประมาณ  135  กม.

กุ้งมาเดินขบวนทำไม ?

       

      การที่กุ้งเหล่านี้มาเดินบนพลาญหินบริเวณลานพันรู  มีสาเหตุมาจากการที่จะเดินทาง

ไปยังแหล่งต้นน้ำที่เป็นบ้านเกิดบนเทือกเขาพนมดงรักต้องฝ่าฟันอุปสรรค์ต่างๆมากมาย  

นี่ก็เป็นบทพิสูจน์อีกอย่างหนึ่งคือการเดินทางผ่านน้ำตกแก่งลำดวนซึ่งมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว

จำเป็นต้องหลบความแรงของกระแสน้ำโดยการขึ้นมาเดินบนโขดหินจนกลายเป็นเหตุการณ์

ที่เห็นแล้วชวนทึ่งดังกล่าว

 

 

 

 

 

 

 

 

                    

                สระมรกต  อ.คลองท่อม  จ.กระบี่

        

        สระมรกต กำเนิดมาจากธารน้ำอุ่น ในผืนป่าที่ราบต่ำภาคใต้   เป็น

น้ำพุร้อนลักษณะเป็นสระน้ำร้อน ๓ สระ น้ำใสเป็นสีเขียวมรกต มีอุณหภูมิ

ประมาณ ๓๐-๕๐ องศาเซลเซียส รอบๆ บริเวณเป็นป่าร่มรื่นเขียวครึ้ม

มีพรรณไม้ที่น่าสนใจ รวมทั้งนกที่หาดูได้ยากเช่น นกแต้วแร้วท้องดำ

นกกระเต็นสร้อยคำสีน้ำตาล และนกเงือกดำ โดยมีมีเส้นทางเดินศึกษา

ธรรมชาติทีนาโจลิฟฟ์ (ทุ่งเตียว) ซึ่งตั้งชื่อตามคุณทีนา โจลิฟฟ์  ผู้ริเริ่ม

ความคิดที่จะรักษาอนุรักษ์ป่าดิบชื้นผืนนี้ไว้ไม่ให้ถูกทำลาย เพื่อเป็นการ

ระลึกถึงความตั้งใจและเป็นอนุสรณ์สำหรับคุณทีนา จึงตั้งชื่อเส้นทาง

ศึกษาธรรมชาติเส้นนี้ว่า เส้นทางศึกษาธรรมชาติทีนา โจลิฟฟ์ (ทุ่งเตียว)

 เส้นทางเดินศึกษานี้มีระยะทาง ๒.๗ กิโลเมตร ตลอดเส้นทางจะมีป้าย

สื่อความหมายที่จะคอยบอกเล่าถึงเรื่องราวต่างๆ ในป่าให้นักเดินทางได้

ศึกษาหาความรู้ได้ด้วยตนเอง โดยมีจุดเริ่มต้นอยู่ก่อนถึงสระมรกตของ

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ประมาณ ๘๐๐ เมตร เส้นทาง

จะผ่านผืนป่าเล็ก ๆ ซึ่งเป็นป่าที่ราบต่ำที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อยทาง

ภาคใต้ของประเทศไทย    เส้นทางนี้จะแสดงลักษณะของป่าดิบชื้น

ที่ราบต่ำอันสมบูรณ์อย่างแท้จริง

 

 

 น้ำตกแสงจันทร์( น้ำตกลงรู ) อุทยานแห่งชาติผาแต้ม

                    อ.โขงเจียม    จ.อุบลราชธานี

    

       รูหิน เกิดจากการกัดเซาะของน้ำผ่านชั้นหิน เนื่องจากหินทรายทนต่อ

การถูกกัดกร่อนน้อย จึงเกิดเป็นลักษณะรู ที่น้ำได้ตกลงมาผ่านรูพอดี                            

 น้ำตกแสงจันทร์ (น้ำตกลงรู) เป็นน้ำตกอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ที่อำเภอโขงเจียม

ใช้ทางหลวงหมายเลข 2314 (โขงเจียม - ศรีเมืองใหม่) แล้วเลี้ยวขวา

ตามทางหลวงหมายเลข 2112 ทางไป อ.เขมราฐ ระหว่างทางผ่านเขต

อุทยานแห่งชาติผาแต้ม และน้ำตกสร้อยสวรรค์ ถึงก่อนน้ำตกทุ่งนาเมือง

1 ก.ม.รถยนต์เข้าถึงได้บริเวณหน้าน้ำตก เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมาก

และพิเศษคือ สายน้ำจากลำห้วยท่าล้ง จะตกลงปล่องหินลงสู่เบื้องล่าง ซี่ง

มองดูแล้ว คล้ายกับแสงจันทร์ที่เต็มดวงได้สาดส่องลงมา อีกทั้งเมื่อสายน้ำ

กระทบสู่ผืนน้ำเบื้องล่างยังจะกระจายตัวเป็นรูปหัวใจสีขาวน่าอัศจรรย์

บริเวณโดยรอบนั้น มีโขดหินน้อยใหญ่เรียงรายกันอยู่และมีต้นไม้นานาพันธุ์

ซึ่งดูแล้วคล้ายกับสวนญี่ปุ่น บริเวณเบื้องล่างนั้นเป็นถ้ำ ซึ่งสามารถตั้งแคมป์

ได้เป็นอย่างดี ฤดูที่ควรไปเที่ยวคือ ฤดูฝน ถึงย่างเข้าฤดูหนาว

 

 

 

 

               

      เกาะนางยวน  อ.เกาะพงัน  จ.สุราษฎร์ธานี

 

ที่ตั้ง : เกาะนางยวน ห่างจากท่าเรืออ่าวทุ่งมะขามน้อยในจังหวัดชุมพร

โดยเรือเร็วประมาณ 2 ชั่วโมง และประมาณ 10 นาที จากเกาะเต่าโดยเรือหางยาว

การเดินทาง : แม้ เกาะนางยวน จะอยู่ในเขตจังหวัดสุราษฏร์ธานี แต่ก็เดินทางมา

ถึงได้สะดวกกว่าจากท่าเรือต่างๆ ในจังหวัดชุมพร เช่น จากอ่าวทุ่งมะขามน้อย

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1-3 ชั่วโมง (แล้วแต่ชนิดของเรือ) โดยออกเดินทางมา

เที่ยวที่เกาะเต่าก่อน แล้วจึงมายังเกาะนางยวนได้โดยใช้เวลาเพียง15นาทีเท่านั้น

จุดเด่น : เกาะนางยวน เป็นเจ้าของความสวยงามระดับโลก จากจุดชมวิวซึ่งอยู่

บนเนินเขา 1 ใน 3 ของเกาะนางยวน ภูเขาทั้ง 3 ลูกนี้ อยู่ในตำแหน่งที่หันหน้า

เขาหากัน โดยมีลูกใหญ่ลูกหนึ่ง และลูกเล็กอีก 2 ลูก โดยเชื่อมเข้าหากันด้วย

ชายหาดมีขาวสะอาด ทางขึ้นสู่จุดชมวิวอยู่ด้านหลังรีสอร์ทบนไหล่เขา  เส้นทาง

นี้ทางรีสอร์ทบนเกาะนางยวนเขาทำไว้เป็นขั้นบันไดอย่างดี เพื่อให้นักท่องเที่ยว

เดินสะดวก ใช้เวลาราว 15 นาที จนถึงช่วงสุดท้ายจะเป็นหินก้อนใหญ่ ขนาดที่

ปีนขึ้นไปชมวิวได้หลายคน     เกาะนางยวนเป็นเกาะเล็กๆ มีรีสอร์ทเพียงแห่ง

เดียว คือ เกาะนางยวนไดร์ รีสอร์ท มีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ คือ การพายเรือ

คายัครอบเกาะ เล่นน้ำตามชายหาดที่ขาวสะอาด หรือดำน้ำลึก ซึ่งเกาะนางยวน

นั้นได้ชื่อว่าเป็นเกาะที่มีจุดดำน้ำลึก ยอดเยี่ยมด้วย   นอกจากนี้ เกาะนางยวน

ยังมีความพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ หาดของเกาะนางยวนสามารถมองเห็นพระ-

อาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตกได้บนหาดเดียวกัน ซึ่งมีหาดแบบนี้เพียงไม่กี่แห่ง

ในเมืองไทย และบนโลกใบนี้

 

 

 

   

   เมืองบาดาล แห่งทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ์

                อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

          

            ผืนน้ำกว้างไกล มีความหมายแห่งชีวิต และเรื่องราวเล่าขาน

ตำนานเมืองสังขละบุรีที่เลือนหายอยู่ใต้ผิวน้ำชั่วนิจนิรันดร์  ราวเมือง

บาดาล ใครจะเชื่อว่าเมื่อน้ำลดเมืองบาดาลทั้งเมือง ก็ปรากฏให้เห็น

หรือใครดิ่งดำลงไปก็จะเห็นลวดลายแสนวิจิตรของวิหารแห่งเมืองใต้บาดาล

         

         ทะเลสาบ เขื่อนวชิราลงกรณ์เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่กลาง

ขุนเขาสลับซับซ้อนแห่งเทือกตะนาวศรี เกิดจากการสร้างเขื่อนกั้น

แม่น้ำแควน้อย   รอบๆเขื่อนวชิราลงกรณ์มีสภาพเป็นป่าดิบรกทึบ

อุดมสมบูรณ์ และเป็นที่อาศัย ของสัตว์ป่าหลากชนิด ส่วนใต้ผืนน้ำ

ก็เต็มไปด้วยทรัพยากรสัตว์น้ำอันทรงคุณค่า เช่น ปลากระสูบ ปลาแรด

 ปลาชะโด และปลายี่สก เป็นต้น     ภายใต้ทะเลสาบแห่งนี้  ยามน้ำลด

จะปรากฎภาพอันน่ามหัศจรรย์ อันได้แก่ โบสถ์วัดวังวิเวก์การามหลังเก่า 

 และสถานที่เดิมของพระเจดีย์สามองค์ก่อนจะถูกย้ายไปจำลองใหม่ 

ด้วยทัศนียภาพของทะเลสาบเหนือเขื่อนอันงดงามด้วยภูเขา  สายน้ำ

และความแปลกตาของสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมา นักท่องเที่ยวจึงนิยม

ล่องเรือชมทะเลสาบเป็นจำนวนมาก โดยเริ่มต้นจากตัวอำเภอสังขละบุรี 

ณ ริมทะเลสาบ จะมีแพบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากอีกด้วย

วันเวลาที่แนะนำ      ช่วงเวลาที่ดีที่สุดซึ่งจะเห็นเมืองบาดาลได้คือระหว่าง

เดือนมีนาคมถึงเมษายน ที่น้ำในเขื่อนลดลงต่ำสุด

การเดินทาง            จากตัวเมืองกาญจนบุรีไปตามทางหลวงหมายเลข

๓๒๓ สายกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ- สังขละบุรี แล้วเช่าเรือหางยาวท่องเที่ยว

ในทะเลสาบรวมทั้งไปเยี่ยมชมเมืองบาดาลได้

 

 


 

 

Comment

Comment:

Tweet

http://www.anymine.com/rolex.html fake watches rolex

#10 By guess watch (125.121.16.239) on 2010-08-17 13:25

http://www.someboots.com/ ugg

#9 By guess watch (125.118.193.173) on 2010-08-16 22:56

http://www.bagsabc.com/louis-vuitton.html replica louis vuitton

#8 By breitling watches (125.121.215.204) on 2010-08-15 12:43

http://www.perboots.com/ ugg boot for sale

#7 By guess watches (125.121.215.204) on 2010-08-14 14:44

http://www.watchever.com/ watches for women

#6 By tag heuer watches (125.121.215.204) on 2010-08-13 14:43

http://www.watchvisa.net/rolex-watches.html lady rolex watches

#5 By cartier watches (125.121.208.152) on 2010-08-07 04:00

http://www.overwatches.org/swiss_rolex-datejust-watches.html swiss rolex datejust

#4 By omega watch (125.121.208.152) on 2010-08-04 18:42

http://www.watchever.com/

#3 By dkny watches (115.195.185.101) on 2010-07-27 22:28

http://www.watchvisa.com/replica watch

#2 By dkny watches (125.118.238.85) on 2010-07-10 18:43

tongue ไอ้บ้า

#1 By รันย่า (124.121.214.24) on 2009-08-02 12:01